วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

มองเขาดูเราฯ_17-12-54_ชิ้นส่วนอิเล็ก_Part1


สัมภาษณ์สด
นายธนากร  ชาวนาแก้ว( Mr Thanakorn Chaonakaew)
ตำแหน่ง Managing microwave technology corporation
บริษัท MTC
                รายการวิทยุสะกดรอยอุตสาหกรรม ช่วงเตือนภัยอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน เป็นการสัมภาษณ์สดท่านธนากรณ์ ธนาแก้ว Managing microwave technology coporation บริษัท MTCในนิคมอุตสาหกรรม วังน้อย แฟคตอรี่แลนด์  ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้ประกอบในเครื่องมือสื่อสาร อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น ผลิตและส่งออก100% ทั้งสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เป็นต้น วิกฤติการณ์อุทกภัยน้ำท่วมในปี พ. 2554 บริษัท MTC เป็นบริษัทหนึ่งที่โดนน้ำท่วม และได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้รวมมี มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท  ทำให้บริษัทต้องไปขอสินเชื่อจากธนาคาร เพื่อนำมาฟื้นฟู ซ่อมแซมเครื่องจักรที่ใช้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท สาเหตุหลักเป็นเพราะการขาดการสื่อสารของผู้นำท้องถิ่นที่ไม่ประสานกัน ประเด็นที่บริษัทอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือมีดังนี้

1.             อยากให้รัฐบาลหาวิธีทางจัดการน้ำอย่างถูกต้องถูกวิธี เพื่อไม่ให้น้ำท่วมอีก เช่น การสร้างอุโมงค์ระบายน้ำยักษ์
2.             รัฐบาลจะต้องให้ความช่วยเหลือกับบริษัทที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ตามสัดส่วนความเสียหาย

มองเขาดูเราฯ_10-12-54_ดัชนีชี้นำ_Part2



ดัชนีชี้นำ ก็คล้ายๆกับการทำนายอนาคต แต่เป็นการทำนายอย่างมีหลักการ โดยข้อมูลที่นำมาใช้ประกอบการตัดสินใจจะมีอยู่ 3 ประเภทหลักๆ คือ 1. ข้อมูลที่ใช้ทำนายอนาคต 2. ข้อมูลที่บอกถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน และ 3. ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากอดีต (ที่บอกว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นแล้วจะเกิดเหตุการณ์อะไรตามมา)  ในการคัดเลือกตัวแปรเราจะใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ซึ่งการคัดเลือกตัวแปรเหล่านี้จะสามารถอ้างอิงได้นานเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับผลการวิจัย ซึ่งถ้าผลการวิจัยออกมาว่าผลการชี้นำเป็นช่วงระยะเวลานาน เช่น 6 เดือน หรือ 12 เดือน ก็จะมีความผิดพลาดมากกว่าตัวชี้นำในช่วงระยะเวลาไม่นาน เช่น  3 เดือนหรือ 4 เดือน โดยตัวแปรชี้นำที่ดีควรมีช่วงระยะเวลาการชี้นำอยู่ที่ 2 – 4 เดือน โดยตัวแปรชี้นำที่องค์กรระดับโลกอย่าง OECD ได้จัดทำไว้คือชี้นำในช่วงเวลา 4 - 6 เดือน
ตัวแปรชี้นำที่น่าสนใจที่นำมาแนะนำในวันนี้คือ PMI : Purchasing Managers’ Index หรือก็คือดัชนี การจัดซื้อผู้จัดการ เป็นตัวแปรที่สำคัญมาก โดยจะบอกให้เราทราบถึงภาวการณ์ขยายตัวหรือหดตัวของการผลิตของโลก ซึ่งบริษัท JP Morgan ของสหรัฐฯเป็นผู้จัดทำโดยการเก็บข้อมูลจากโรงงาน 7,500 โรงจากทั่วโลก คิดแล้วมีการผลิตเป็น 86% ของทั้งโลก
ดัชนี PMI ในเดือนนี้(พ.ย.) ของทั้งโลกปรับตัวลดลงเหลือ 49.6 (โดยเกณฑ์มาตรฐานของ PMI ควรจะสูงกว่า 50 ) โดยเมื่อดูจากประเทศคู่ค้าสำคัญๆของไทย คือ สหรัฐฯ , สหภาพยุโรป , ญี่ปุ่น และจีน ก็มีการปรับตัวลดลงของ PMI เช่นเดียวกัน โดยมีเพียงสหรัฐฯ เท่านั้นที่เกิดเกณฑ์มาตรฐานคือ 52.7 ส่วนประเทศอื่นๆนั้นต่ำกว่า 50 ทั้งหมด โดยเป็นผลมาจากดัชนีผลผลิต ,ดัชนีกรจัดซื้อ และดัชนีการจ้างงาน ได้มีการปรับตัวลดลง โดย
- สหรัฐฯ มีปัญหาได้ด้านการจ้างงาน เนื่องมาจาก City Group มีการลดจำนวนพนักงาน และภาคการผลิตที่ยังไม่ฟื้นตัวจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ แต่ก็มีแนวโน้นทรงตัวและเริ่มปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้น
- สหภาพยุโรป มีปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะยุโรป ส่งผลให้ประเทศสำคัญๆอย่างเยอรมัน , ฝรั่งเศส ,ไอร์แลนด์ ,อิตาลี และกรีซ ถูกลดลำดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรทำให้ดัชนี PMI ปรับลดลง
- ญี่ปุ่น มีการส่งออกไปยังยุโรปเป็นสัดส่วนสูง เมื่อยุโรปมีปัญหาหนี้สาธารณะจึงส่งผลให้ส่งออกได้น้อยลง
- จีน มีดัชนีราคาผู้บริโภคที่ลดลง เนื่องมาจากราคาอาหารที่มีราคาลดลง และผลจากยุโรปที่ประสบปัญหาทำให้จีนส่งออกให้น้อยลง ดัชนี PMI ของจีนจึงปรับตัวลดลง
ดังนั้นผู้ประกอบการควรดูสัญญาณตางๆเหล่านี้เพิ่มเติม มากกว่าการใช้คำสั่งซื้อเพียงอย่างเดียว เพราะจะทำให้สามารถคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจและวางแผนการผลิตได้ดีขึ้น

มองเขาดูเราฯ_10-12-54_ดัชนีชี้นำ_Part1




ดัชนีชี้นำ ก็คล้ายๆกับการทำนายอนาคต แต่เป็นการทำนายอย่างมีหลักการ โดยข้อมูลที่นำมาใช้ประกอบการตัดสินใจจะมีอยู่ 3 ประเภทหลักๆ คือ 1. ข้อมูลที่ใช้ทำนายอนาคต 2. ข้อมูลที่บอกถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน และ 3. ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากอดีต (ที่บอกว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นแล้วจะเกิดเหตุการณ์อะไรตามมา)  ในการคัดเลือกตัวแปรเราจะใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ซึ่งการคัดเลือกตัวแปรเหล่านี้จะสามารถอ้างอิงได้นานเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับผลการวิจัย ซึ่งถ้าผลการวิจัยออกมาว่าผลการชี้นำเป็นช่วงระยะเวลานาน เช่น 6 เดือน หรือ 12 เดือน ก็จะมีความผิดพลาดมากกว่าตัวชี้นำในช่วงระยะเวลาไม่นาน เช่น  3 เดือนหรือ 4 เดือน โดยตัวแปรชี้นำที่ดีควรมีช่วงระยะเวลาการชี้นำอยู่ที่ 2 – 4 เดือน โดยตัวแปรชี้นำที่องค์กรระดับโลกอย่าง OECD ได้จัดทำไว้คือชี้นำในช่วงเวลา 4 - 6 เดือน
ตัวแปรชี้นำที่น่าสนใจที่นำมาแนะนำในวันนี้คือ PMI : Purchasing Managers’ Index หรือก็คือดัชนี การจัดซื้อผู้จัดการ เป็นตัวแปรที่สำคัญมาก โดยจะบอกให้เราทราบถึงภาวการณ์ขยายตัวหรือหดตัวของการผลิตของโลก ซึ่งบริษัท JP Morgan ของสหรัฐฯเป็นผู้จัดทำโดยการเก็บข้อมูลจากโรงงาน 7,500 โรงจากทั่วโลก คิดแล้วมีการผลิตเป็น 86% ของทั้งโลก
ดัชนี PMI ในเดือนนี้(พ.ย.) ของทั้งโลกปรับตัวลดลงเหลือ 49.6 (โดยเกณฑ์มาตรฐานของ PMI ควรจะสูงกว่า 50 ) โดยเมื่อดูจากประเทศคู่ค้าสำคัญๆของไทย คือ สหรัฐฯ , สหภาพยุโรป , ญี่ปุ่น และจีน ก็มีการปรับตัวลดลงของ PMI เช่นเดียวกัน โดยมีเพียงสหรัฐฯ เท่านั้นที่เกิดเกณฑ์มาตรฐานคือ 52.7 ส่วนประเทศอื่นๆนั้นต่ำกว่า 50 ทั้งหมด โดยเป็นผลมาจากดัชนีผลผลิต ,ดัชนีกรจัดซื้อ และดัชนีการจ้างงาน ได้มีการปรับตัวลดลง โดย
- สหรัฐฯ มีปัญหาได้ด้านการจ้างงาน เนื่องมาจาก City Group มีการลดจำนวนพนักงาน และภาคการผลิตที่ยังไม่ฟื้นตัวจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ แต่ก็มีแนวโน้นทรงตัวและเริ่มปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้น
- สหภาพยุโรป มีปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะยุโรป ส่งผลให้ประเทศสำคัญๆอย่างเยอรมัน , ฝรั่งเศส ,ไอร์แลนด์ ,อิตาลี และกรีซ ถูกลดลำดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรทำให้ดัชนี PMI ปรับลดลง 
- ญี่ปุ่น มีการส่งออกไปยังยุโรปเป็นสัดส่วนสูง เมื่อยุโรปมีปัญหาหนี้สาธารณะจึงส่งผลให้ส่งออกได้น้อยลง
- จีน มีดัชนีราคาผู้บริโภคที่ลดลง เนื่องมาจากราคาอาหารที่มีราคาลดลง และผลจากยุโรปที่ประสบปัญหาทำให้จีนส่งออกให้น้อยลง ดัชนี PMI ของจีนจึงปรับตัวลดลง
ดังนั้นผู้ประกอบการควรดูสัญญาณตางๆเหล่านี้เพิ่มเติม มากกว่าการใช้คำสั่งซื้อเพียงอย่างเดียว เพราะจะทำให้สามารถคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจและวางแผนการผลิตได้ดีขึ้น